ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » ไต้ฝุ่น มิริแน ถล่ม ปินส์ ก่อนถึงวันหยุดชาวคริสต์

ไต้ฝุ่น มิริแน ถล่ม ปินส์ ก่อนถึงวันหยุดชาวคริสต์

โพสต์เมื่อ วันที่ 31 ตุลาคม 2552 เวลา 18:16 น.

ไต้ฝุ่น มิริแน ถล่ม ฟิลิปปินส์

ชาวฟิลิปปินส์ สังเวย ไต้ฝุ่น "มิริแน" แล้ว 7 ราย ระบบสาธารณูปโภค เสียหายจำนวนมาก ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องขึ้นไปหลบภัยบนหลังคา รอความช่วยเหลือจากทางการ หลังแม่น้ำสายหลักเอ่อท่วมบ้านเรือน

ฟิลิปปินส์ ยังประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติซ้ำซาก ล่าสุดพายุไต้ฝุ่น "มิริแน" (Mirinae) ซึ่งตามความหมายของภาษาเกาหลีหมายถึงทางช้างเผือก หอบกำลังความเร็วจาก 150 กม./ชม. และเพิ่มเป็น 185 กม./ชม.เข้าเกาะลูซอนและกรุงมะนิลารวมถึงรอบปริมณฑล ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 31 ต.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตต่างสถานที่อย่างน้อย 7 ศพ รวมชายรายหนึ่งถูกลำธารที่ไหลเชี่ยวกรากดูจมเสียชีวิตขณะพยายามเดินลุยข้าม มาที่จ.ริซัล ฝั่งตะวันออกของกรุงมะนิลากับลูกวัย 1 ขวบซึ่งถูกน้ำซัดหายไปอย่างไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่อีกรายจมน้ำเสียชีวิตไปพร้อมกับบ้านที่ถูกน้ำซัดพังเสียหายในกรุงมะนิลา และสูญหายอีกจำนวนมากตามต่างจังหวัด

ทั้งนี้พายุไต้ฝุ่น "มิริแน" ถือเป็นพายุไต้ฝุ่น ลูกที่ 4 ของฤดูมรสุมในรอบ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นอกจากนี้ อานุภาพของพายุ "มิริแน" ยังสร้างความเสียหายระดับน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น ต้นไม้หักโค่น เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด เที่ยวบินนานาชาติในกรุงมะนิลา ต้องสั่งระงับการให้บริการชั่วคราวราว 180 เที่ยวบิน เช่นเดียวกับเรือบริการข้ามฟาก ซึ่งถือเป็นการขนส่งมวลชนที่ชาวบ้านนิยมใช้บริการมากที่สุดก็ต้องถูกยกเลิก รวมถึงรถบัสโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารหลายล้านคนต้องตกค้างไม่ได้กลับบ้านเกิดช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อไปร่วมฉลองเทศกาลวันออล เซนต์ เดย์ หรือวันสำคัญทางศาสนาเพื่อรำลึกถึงนักบุญทั้งหมด โดยชาวฟิลิปปินส์จะกลับไปคารวะศพญาติที่สุสานตามหลักศาสนาคริสต์โรมันคาธอลิก

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยช่วยกันอพยพชาวบ้านกว่า 115,000 คนใน 9 จังหวัดทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งใต้ของกรุงมะนิลา ด้านนายอาเรียล มักคาลัส นายกเทศมนตรีเมืองซานตา ครูซเผยผ่านรายการสถานีวิทยุดีซีบีบีว่า ระดับน้ำในแม่น้ำที่เมืองลากูน่าเริ่มเอ่อล้นตลิ่งจนท่วมขึ้นฝั่งทะเลสาป หลายแห่ง ทำให้ชาวบ้านต้องหนีขึ้นไปอยู่บนหลังคา จึงขอความช่วยเหลือด่วนทั้งเรือยางหรือเฮลิคอปเตอร์เพื่ออพยพชาวบ้านให้อยู่ในที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ดี พ.อ.เออร์เนสโต ตอร์เรส โฆษกประจำศูนย์ภัยพิบัติเผยว่า สภาพฝนตกไม่ได้ตกหนักอย่างที่หวั่นเกรงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะตามริมฝั่งทะเลที่มีชุมชนหนาแน่นทางตะวันตกของเกาะลูซอน อีกทั้งนายลีโอนาร์โด เอสปินา โฆษกประจำกรมตำรวจแห่งชาติก็ให้หน่วยฉุกเฉินเริ่มทำความสะอาดตามท้องถนน และรื้อต้นไม้ที่ล้มระเกะระกะกับเศษสิ่งสกปรก พร้อมเร่งขยายพื้นที่ที่ยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ทั้งในและรอบกรุงมะนิลา เพื่อให้ทุกอย่างคืนกลับสู่สภาพปกติในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน หลังพายุไต้ฝุ่น "มิริแน" อ่อนตัวลงด้วยกำลังแรงลม 22 กม./ชม. ขยับเคลื่อนออกจากฟิลิปปินส์ไปทางทะเลจีนใต้ และมุ่งหน้าเตรียมเข้าประเทศเวียดนาม