ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » นายกฯ ทำแฮททริก แข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร

นายกฯ ทำแฮททริก แข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร

โพสต์เมื่อ วันที่ 02 พฤศจิกายน 2552 เวลา 04:33 น.

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกฯ ทำแฮททริกการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ครม.-วุฒิสภา ที่สนามเมืองทองธานี ยอมรับการเมืองเหมือนฟุตบอลเปลี่ยนตัวได้ตลอดเวลา ส่วนจะมีน้ำใจนักกีฬาหรือไม่อยู่ที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 1 พ.ย. ที่สนามฟุตบอลธันเดอร์โดม สโมสรเมืองทองยูไนเต็ด แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ได้มีการจัดฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างคณะรัฐมนตรีและวุฒิสภา นำทีมโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา โดยมีไบรอัน รอบสัน หัวหน้าโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย เดินทางมาชมบนอัฒจันทร์ ซึ่งทีม ส.ว.มาในชุดสีขาวล้วน โดยผู้เล่นทุกคนจะมีหมายเลขประจำตัวสมาชิกลงติดหลังเสื้อแข่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายรัฐบาลอยู่ในชุดเสื้อสีฟ้า กางเกงสีน้ำเงิน ปักหลังเสื้อว่ารัฐบาล โดยนายอภิสิทธิ์ใส่เสื้อหมายเลข 9 โดยก่อนลงสนามได้กล่าวหยอกล้อกับสื่อว่า วันนี้จะยิงอย่างเดียวเพราะเป็นตัวยิง จะไม่วิ่ง เน้นยิงอย่างเดียว ส่วนเรื่องการออกกำลังกาย ทำสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ เรื่องของกีฬาสามารถสอนคนได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการแข่งขันก็จะมีทั้งการแพ้และชนะ ซึ่งก็เหมือนกับการร่วมงานกับคนอื่น แต่ถ้าไม่มีก็ต้องแข่งกับตัวเอง

ส่วนเรื่องกฎกติกา ถ้ามีการนำกติกาไปใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยเรื่องการง่านต่างๆ ได้ดี รวมถึงงานด้านการเมือง การแข่งขันฟุตบอลกับสว.ครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดี

เมื่อถามว่า แล้วจะไม่ชวนฝ่ายค้านมาด้วยหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ฝ่ายค้านกับรัฐบาลก็เตะกันไปแล้ว ซึ่งเขาไม่ได้เข้าร่วมเพราะติดงาน

เมื่อถามว่า ในการแข่งฟุตบอลสามารถเปลี่ยนตัวได้ แล้วในทางการเมืองจะมีการเปลี่ยนเช่นนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเป็นธรรมดาที่จะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ได้อัดรายการกีฬาของสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 โดยได้ตอบข้อถามที่ว่า ในการแข่งขันฟุตบอลมีน้ำใจนักกีฬา แล้วในส่วนของการเมืองต้องมีหรือไม่ว่า คนเป็นนักการเมือง ถ้ามีจิตใจประชาธิปไตย ก็ต้องมีจิตสำนึกนี้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฟุตบอลไทยมีพรีเมียรลีกแล้ว นายกฯ ตอบว่า อยากแสดงความยินดี เพราะการทำพรีเมียร์ลีกของไทย มีความพยายามกันมานานแล้ว โดยขณะนี้ มีการวางรากฐาน ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับวงการฟุตบอลไทย

ต่อมาเวลา 16.10 น. จึงเริ่มเขี่ยบอล โดยกำหนดครึ่งละ 30 นาที พัก 10 นาที ซึ่งบรรยากาศเป็นความสนุกสนาน โดยทางฝั่งวุฒิสภาได้ขนข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มาเป็นกองเชียร์คึกคัก ขณะที่ทางฝ่ายรัฐบาลกลับเงียบกริบ แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับเป็นฝ่ายพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวในช่วง 15 นาทีแรก จนกระทั่งนาทีที่ 15 นายอภิสิทธิ์ได้หลุดเข้าไปที่กรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วแปเสียบเสาสอง ทำให้ทีมรัฐบาลออกนำ 1-0

ถัดมาอีก 2 นาที ฝ่ายรัฐบาลยังบุกได้เหนือกว่ามาก โดยนายสกลธี ภัทธยกุล ส.ส.กทม. ได้ป้อนลูกให้นายกฯยิงด้วยซ้ายลูกย้อยเสียบประตูเข้าไปอย่างสวยงาม ขึ้นนำเป็น 2-0 ขณะที่ฝ่ายส.ว.ก็ไม่ยอมน้อยหน้าฮึดสู้ โดย 5 นาทีถัดมา นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมา ได้บอลที่ฝั่งซ้ายก่อนสปีดหนีการประกบกองหลังรัฐบาล เข้าไปในกรอบเขตโทษโดนหลบผู้รักษาประตูและแปเข้าไปนิ่มๆ ทำให้สว.ตีไข่แตก ตามมา 2-1

และอีก 5 นาทีต่อมา นายธัญญา โพธิวิจิตร หรือ เป็ด เชิญยิ้ม เลขานุการคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ยิงไกลระยะ 20 หลาข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปตีเสมอเป็น 2-2 ต่อมาในนาทีที่ 29 นายกฯ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู แล้วยิงเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างง่ายดาย ให้รัฐบาลนำเป็น 3-2 ส่งผลให้นายกฯ ทำแฮททริคสำเร็จ จากนั้นกรรมการเป่าหวดครึ่งแรก

โดยในช่วงพักครึ่ง ไบรอัน ร็อบสัน ได้ลงจากอัฒจันทร์ไปพูดคุยและกล่าวชื่นชมฝีเท้าของนายอภิสิทธิ์ว่า เป็นคนมีฝีเท้าดี เมื่อเริ่มครึ่งหลังนายอภิสิทธิ์ออกมานั่งพักเหนื่อยข้างสนาม แล้วให้นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ลงไปล่าประตูแทน โดยเริ่มเกมไป 5 นาทีทีมส.ว.มีโอกาสตีเสมอ แต่ยิงประตูเข้าไปแล้วแต่กรรมการยกเป็นลูกล้ำหน้าอย่างน่าเสียดาย แต่ส.ว.ยังไม่ละความพยายาม จนในที่สุดได้ประตูตีเสมอ 3-3 ในนาทีสุดท้าย จากนายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยิงระยะ 22 หลา ข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างงดงาม

ทั้งนี้ เมื่อฝ่ายรัฐบาลนำมาบอลมาเขี่ย กรรมการก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน และสองฝ่ายก็พากันจับมือถ่ายรูปร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างการพักครึ่ง นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประเทศอินโดนีเซียกับภาคนักธุรกิจจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกปี 2018 และ 2022 และจะให้อาเซียนเข้ามามีส่วนร่วมว่า เรื่องนี้อยู่ที่ทางอินโดฯ เพราะเขาเสนอตัวมา ซึ่งเขาก็ได้คุยกลับไปว่า ถ้าอินโดฯ สนใจแนวคิดเรื่องอาเซียนก็คุยกันได้ เพราะตอนนี้ก็ไปไกลแล้ว

เมื่อถามว่าทางไทยพร้อมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าจัดในระดับอาเซียนเรื่องสนามคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะต้องใช้สนาม 8 สนาม ซึ่งในกลุ่มอาเซียนมีครบหมดแล้ว แล้วนำมาปรับปรุงได้ก็ต้องไปดูให้ดี เพราะยังไม่เคยมีใครทำในลักษณะนี้ ส่วนมากก็จะเป็นเจ้าภาพร่วม สำหรับฟุตบอลลีกส์ในประเทศ เป็นสิ่งที่ดี เขาอยากร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ให้การสนับสนุนทีมต่างๆ เพราะถือเป็นจุดหนึ่งที่จะทำให้แต่ละคนมีทีมที่ตัวเองจะเชียร์ ก็ยินดีที่มีฟุตบอลไทยลีกส์

ด้านนายศิริโชค โสภา เลขานุการส่วนตัวนายกฯกล่าวว่า นัดต่อไปทีมส.ส.รัฐบาลมีกำหนดการจะลงเตะกระชับมิตรกับทีมนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้