ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » มาร์ค ย้ำเรียกทูตกลับป้องผลประโยชน์-ศักดิ์ศรีชาติ

มาร์ค ย้ำเรียกทูตกลับป้องผลประโยชน์-ศักดิ์ศรีชาติ

โพสต์เมื่อ วันที่ 08 พฤศจิกายน 2552 เวลา 11:46 น.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.11) และวิทยุเครืออข่ายปรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ถึงกรณีที่ทางรัฐบาลไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้เรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับประเทศไทย เพื่อเป็นการตอบโต้ ภายหลังรัฐบาลกัมพูชาแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรีของไทย เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา และเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา โดยรวมเป็นไปด้วยดีแม้จะมีบางปัญหาที่มีการกระทบกระทั่ง โดยเฉพาะกรณีปราสาทพระวิหาร ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาดำเนินงาน ก็พยายามรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ช่วยให้คุณภาพชีวิต ของ 2 ประเทศดีชึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ตนกับสมเด็จฮุน เซน ได้มีโอกาสพบปะกันหลายๆ โอกาส ตั้งแต่ก่อนประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งการพบปะทุกครั้งคุยกันอยู่เรื่องกรณีของปราสาทพระวิหาร ซึ่งตนก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาของประเทศที่มีปัยหาชายแดน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไทยก็ให้ความช่วยเหลือต่างๆ กับกัมพูชามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนน การค้า ธุรกิจ คุณภาพชีวิต ฯลฯ ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ยังเคยบอกให้ตนมองไปที่อนาคต อย่ายึดติดกับอดีต และทุกครั้งการพูดคุยกันส่วนใหญ่กับสมเด็จฮุน เซน เขาก็จะเป็นฝ่ายหยิบยกเอาเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาพูดคุยก่อนเสมอ และระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะเป็นเพื่อนแต่จะไม่หยิบยกเรื่องนี้มากระทบเรื่องความ สัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งในตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมาไทยและกัมพูชาก็ไม่ได้มีปัญหาต่อกัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น มีขึ้นก่อนหน้าที่จะประชุมสุดยอดผุ้นำอาเซียนครั้งล่าสุด ภายหลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเดินทางไปกัมพูชา และมีการออกข่าวว่า กัมพูชาจะตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษา และจะไม่ส่งตัวตามสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งไทยและกัมพูชาทำไว้ร่วมกัน แม้ขณะนี้เจ้าตัวจะยังไม่ได้เดินทางเข้าไปก็ตาม นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา ขณะเดียวกันก็มีการออกแถลงการณ์ของกัมพูชา และพาดพิงยืนยันจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทย รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งถือว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนไทยรับไม่ได้ และเชื่อว่า กัมพูชาได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการพาดพิงกระบวนการยุติธรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ไม่มีใครยอมให้วิพากษ์วิจารณ์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาย่อมมีผลกระทบต่อไทยในการเจรจาเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะบางข้อตกลงในกรณีที่จะมีการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ในทะเล

"บางข้อตกลงที่จะมีการเจรจา ยกตัวอย่างในเรื่องของผลประโยชน์ทางทะเล เกิดขึ้นในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี ผมเปรียบเทียบถ้าพี่น้องประชาชาชนมีการเจรจาอยู่กับใครก็ตาม ในเรื่องของการที่จะมีการแบ่งผลประโยชน์ มีประโยชน์ร่วมด้วยซึ่งต้องมีความขัดแย้งอยู่ด้วย ปรากฎว่า คนที่เคยเป็นหัวหน้าในการเจรจาต่างๆ ซึ่งรู้ข้อมูล วันดีคืนดีไม่ได้อยู่ทางนี้แล้ว กลับไปอยุ่กับอีกฝ่าย ผมว่าผลการเจรจาตรงนี้เป็นใครก็ต้องทบทวน เมื่อผลประโยชน์มันขัดกัน ซึ่งตรงนี้ ผมได้เคยเตือนนายกฯ ฮุนเซน ไว้ว่า ต้องคิดให้ดี ถ้าหากเอาเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเรื่องอื่นเข้ามาก็ จะเป็นปัญหากับความร่วมมือกับการดำเนินการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นี่ไม่นับว่าอดีตนายกฯ มีสถานะของการเป็นนักธุรกิจ ที่มีข่าว หรือมีการพูดกันมาตลอดว่า อาจจะเข้าไปมีผลประโยชน์ โดยตรงที่มีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรในทะเลด้วย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่าเราได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางการทูต ด้วยการเชิญเอกอัครราชทูตมาทบทวนและดำเนินนโยบายใหม่ ซึ่งการพูดข้อตกลงต่างๆ ไม่สามารถจะพูดตกลงกันได้ อาจทำให้ไทยเสียเปรียบ ซึ่งตรงนี้เป็นการรักษาศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของไทยประเทศไทย ไม่ได้มีอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องทำด้วยความสุขุมรอบคอบและระมัดระวัง โดยการให้นโยบาย ไม่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างประชาชนด้วยกันโดยเฉพาะตามแนวชายแดน ไม่มีเหตุผลอะไรให้เกิดความตึงเครียด ไม่ได้ต้องการให้เกิดการปะทะหรือความรุนแรง ปัญหาไม่ควรจะเป็นของประชาชน 2 ประเทศ ซึ่งเหล่านี้ปัญหาที่กัมพูชาและรัฐบาลต้องกลับไปทบทวน

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังฝากไปถึงคนไทยที่เจะเข้าไปเล่นการพนันในกุมพูชา ขอให้หยุดเถอะ แล้วหันมาช่วยทำตามความร่วมมือกับทางการของไทย ในการตอบโต้การดำเนินการของกัมพูชา รวมทั้งขอเชิญชวนคนไทยแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคี และร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ไม่ต้องการเห็นไทยเสียเปรียบ ไม่อยากให้ไทยถูกลดทอน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา 2-3 วันมานี้ ตนต้องขอขอบคุณประชาชนคนไทย ที่ร่วมให้กำลังใจกับรัฐบาล เพื่อให้มีความเข้มแข็งในการดำเนินการดังกล่าว เพื่อช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยต่อไป