ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » นักวิชาการเห็นด้วย ให้รัฐปฏิรูปการรถไฟ

นักวิชาการเห็นด้วย ให้รัฐปฏิรูปการรถไฟ

โพสต์เมื่อ วันที่ 03 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08:52 น.

รถไฟ

แนะให้ทำเป็นวาระแห่งชาติ ระบุการไล่พนักงานออกเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะความผิดชัดเจน ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน

นายสถาพร โอภาสถานนท์ อาจารย์ประจำสาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าววานนี้ (2 พ.ย.) ถึงผลการศึกษา การปฏิรูปรถไฟไทยในโอกาสวิกฤตว่า ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าวจากกรณีที่รถไฟตกราง และข้อพิพาทระหว่างผู้บริหาร และสหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยพบว่าถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องใช้โอกาสดังกล่าว ในการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย และจะต้องนำมาเป็นวาระแห่งชาติ เพราะหากยังปล่อยให้เป็นอย่างเดิมก็จะเกิดปัญหาซ้ำเดิมอีก และรถไฟจะเดินหน้าการพัฒนาต่อไปไม่ได้ เพราะองค์กรมีความเก่าแก่ และค่อนข้างเทอะทะ แต่ก็ยอมรับว่าการปฏิรูปเป็นไปค่อนข้างยาก แต่ก็คงไม่เหลือบ่าฝ่าแรง หากผู้บริหาร สร.รฟท.และรัฐบาลต้องมาหารือกัน

อ.ประจำ สาขาบริหารธุรกิจฯ มธ.กล่าวถึงวิธีการที่ควรดำเนิการว่า ต้องมีการการแยกบัญชีออกมาเป็น 2 ส่วน คือส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และส่วนของการเดินรถ แต่ทั้งนี้ต้องมีการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบของรฟท.ก่อน โดยทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของรฟท.อยู่ แต่อย่างไรก็ตามยอมรับว่า รฟท.มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ด้านที่ดิน ซึ่งจะต้องเข้าไปดูแลเรื่องนี้ และจะต้องมีการให้สิทธิประโยชน์ที่จูงใจกับพนักงาน รวมทั้งการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้วย

นายสถาพร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการที่ที่ผ่านมา ไม่สามารถดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ แม้ว่าจะมีแผนอยู่แล้วก็ตาม เพราะการชี้แจงหรือทำความเข้าใจนั้นยังมีน้อยอยู่ ภาครัฐจะต้องมีแผนการพัฒนา รฟท.อย่างชัดเจน โดยที่ผ่านมามีการพูดเป็นเรื่องๆ แต่ไม่เคยพูอเรื่องปรับปรุงรถไฟ ทำให้มีการบริหารรถไฟไปตามยถากรรม และหากรัฐยังปล่อยให้ผู้บริหาร และสร.รฟท.แก้ปัญหากันเองก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะต่างคนต่างมองคนละมุมและไม่ยอมเข้าใจกัน

อ.ประจำสาขาบริหาร ธุรกิจฯ มธ.กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการลงโทษพนักงานที่หยุดงานจนก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน ด้วยวิธีการไล่ออกนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะมีความผิดที่ชัดเจน เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และการดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกฎระเบียบไม่ควรมี 2 มาตรฐาน หรือดับเบิลสแตนดาร์ด และผู้บริหารจะต้องอธิบายให้ชัดเจนด้วย

นายสถาพร กล่าวด้วยว่า ยอมรัฐว่า สร.รฟท.มีความเข้มแข็งมากกว่า สร.ในรัฐวิสาหกิจอื่น แต่บทบาทของสร.รฟท.คือ ควรจะต้องยึดหลักผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน การทำดังกล่าวถือเป็นการปกพร่องในหน้าที่ ควรจะต้องถูกลงโทษตามกติกา แต่ก็ยอมรับว่าพนักงานมีสิทธิที่จะเรียกร้องเรื่องความปลอดภัย แต่การอ้างเรื่องดังกล่าวก็ฟังไม่ขึ้นมากนัก เพราะจริงๆ แล้วเป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าหัวรถจักรมีปัญหามานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามีปัญหา แต่ที่ผ่านมาก็ยังวิ่งกันได้ และไม่เคยมีการเรียกร้องกันในเรื่องนี้