ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » รวบมือทุบหุ้นคาสนามบิน เร่งหาตัวบงการ

รวบมือทุบหุ้นคาสนามบิน เร่งหาตัวบงการ

โพสต์เมื่อ วันที่ 02 พฤศจิกายน 2552 เวลา 05:04 น.

สองผู้ต้องหาปล่อยข่าวลือทุบหุ้น รับสารภาพโพสต์ข้อความเท็จลงบนเว็บไซต์จริง ล่าสุด เจ้าหน้าที่บุกบ้านพักหาหลักฐานขยายผล มีขบวนการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 1 พ.ย.2552 พล ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พร้อมตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจกองปราบปราม นำหมายจับศาลอาญา เลขที่ 3089/2552 ลงวันที่ 30 ต.ค.52 เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน อายุ 43 ปี อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 368 แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. ในข้อหา กระทำความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงต่อประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน

โดยก่อนหน้านี้ น.ส.ธีรนันต์ ได้เป็นสมาชิกของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และได้เข้าไปโพสข้อความเท็จลงในเว็บไซต์โดยใช้ชื่อย่อว่า BBB เพื่อให้มีผลต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตำรวจจึงทำการสืบทราบกระทั่งทราบว่าเจ้าของชื่อย่อ BBB คือ น.ส.ธีรนันต์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานของอำนาจศาลอาญาออกหมายจับ กระทั่งวันนี้ทราบว่า น.ส.ธีรนันต์ จะเดินทางกลับจากประเทศ ออสเตรเลีย ด้วยสายการบินออสเตเรียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS-025 มา ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 15.30 น. จึงดักรอและทำการจับกุมตัวได้ที่ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ พร้อมของกลาง เป็นโน๊ตบุ๊กจำนวน 1 เครื่อง เมมโมรี่ จำนวน 1 ตัว โทรศัพท์ มือถือจำนวน 1 เครื่อง ก่อนจะทำการควบคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพัก และส่งกองปราบปรามดำเนินคดี

และในเวลาต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาอีกคนทราบชื่อต่อมา นายคฑา ปาจริยพงศ์ อายุ 34 ปี พนักงานมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์เซลิโก้ ขณะกำลังร่วมงานสัมนาที่อาคารลิเบอร์ตี้ ย่านสีลม ทั้งนี้จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์จริง ส่วนจะมีกระบวนการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน และล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ได้พาตัวต้องหาทั้งสองคนไปที่บ้านพัก เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้เน้นไปที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการก่อเหตุ เพื่อความรอบคอบ และป้องกันไม่ให้การถูกฟ้องกลับว่า ทางเจ้าหน้าที่ใส่ร้าย