ขนาดตัวอักษร
=
+
++
» » หุ้นทั่วโลกสังเวย ดูไบ-ช็อก

หุ้นทั่วโลกสังเวย ดูไบ-ช็อก

โพสต์เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 เวลา 11:45 น.

ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แล้วโลกใบสีน้ำเงินกลมๆ ใบนี้ก็ต้องช็อกอีกครั้งกับการเปิดเผยของรัฐบาลดูไบว่า บริษัทชั้นนำ 2 แห่งของดูไบ ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ และคฤหาสน์หรูบนเกาะที่ทำการถมทะเลเป็นรูปต้นปาล์ม ซึ่งหมายถึง บริษัทนาคีล และ บริษัท ลิมิทเลส ผู้ร่วมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกรายของ บริษัท ดูไบ เวิลด์ จำเป็นต้องเลื่อนการชำระหนี้หุ้นกู้อิสลาม และตราสารหนี้จำนวนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯออกไป

ทั้งนี้ นาคีล บริษัทในเครือ ดูไบ เวิลด์ ของ รัฐบาลดูไบ มีหนี้สินอยู่ราว 59,000 ล้านเหรียญฯ ซึ่งถือเป็นหนี้ส่วนใหญ่จากมูลหนี้ทั้งสิ้น 80,000 ล้านเหรียญฯของรัฐบาล โดยหนี้จากหุ้นกู้จำนวน 3,500 ล้านเหรียญฯ จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 14 ธ.ค. และหนี้จากตราสารหนี้อื่นๆอีก 980 ล้านเหรียญฯ จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 13 พ.ค.ปีหน้า รวมกับหุ้นกู้ของ บริษัทลิมิทเลส ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนจำนวน 1,200 ล้านเหรียญฯ ในวันที่ 31 มี.ค.ปีหน้าด้วยเช่นกัน

รัฐบาลดูไบ จึงได้ออกแถลงการณ์ด้วยว่า ดูไบ เวิลด์ ต้องการเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเงินทุนทุกรายอยู่ในความสงบ และขยายกำหนดการชำระเงินคืนออกไปจนถึงวันที่ 30 พ.ค.ปีหน้า เป็นอย่างน้อย สำหรับการประกาศเลื่อนการชำระหนี้ของรัฐบาลดูไบในครั้งนี้ ทำให้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และ สแตนดาร์ด แอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) 2 บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งรายใหญ่ของโลก ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ของบริษัทที่มีสัมพันธ์กับรัฐบาลดูไบ สู่สถานะเป็น จังค์บอนด์ หรือตราสารขยะทันที เพราะถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ตามเกณฑ์ที่พวกเขากำหนด

ทั้งนี้ รอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า เป็นเรื่องน่าตกใจที่เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น เพราะช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานมีข่าวออกมาว่า ดูไบ เวิลด์ มีความสามารถพอจะปฏิบัติตามพันธกรณีด้านหนี้สินได้ หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก อาบู ดาบี ซึ่งเป็นสมาชิกเพื่อนบ้านของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้ทำให้เศรษฐกิจของดูไบที่เคยตกต่ำลง กลับมาเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง และสามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องกลับมามีแนวโน้มว่า จะต้องล้มเลิกรูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่หรูหรา และมุ่งความสนใจไปที่การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ กับการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างชาติ ก็เมื่อเศรษฐกิจของดูไบได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติสินเชื่อ และการเงินของโลกที่มีต้นตอจากสหรัฐฯ

ส่งผลให้เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวดิ่งลง ทำสถิติต่ำสุดใหม่ หรือนิวโลว์กันถ้วนหน้า หลังนักลงทุนมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับปัญหาวิกฤติการเงินดูไบ หลังกลุ่มบริษัทดูไบ เวิลด์ และบริษัทนาคีล ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลดูไบ ประกาศระงับการชำระหนี้อย่างน้อย 6 เดือน

โดยตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัว ดิ่งลงรุนแรงมากที่สุดถึง 1,075.91 จุด หรือลดลง 4.84% สู่ระดับ 21,134.50 จุด โดยหุ้นธนาคารเอชเอสบีซีปรับตัวลงรุนแรง ตามการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มธนาคารทั่วโลก ท่ามกลางความตื่นตระหนกเกี่ยวกับผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาหนี้สินของดูไบ ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดลดลง 2.36% สู่ระดับ 3,096.26 จุด ต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์

ขณะที่ตลาดหุ้นโตเกียวทรุดตัวลงแตะต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำนิวโลว์ในรอบ 4 เดือนเช่นกัน โดยดัชนีคอมโพสิต ปิดที่ 1,524.50 จุด ลบ 75.02 จุด หรือ 4.7%

ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าทรุดตัวลงกว่า 240 จุด ทำให้คาดว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กน่าจะปรับตัวลงแรงเช่นกัน ส่วนตลาดหุ้นไทย ระหว่างวันปรับตัวลงกว่า 15 จุด ก่อนเด้งมาปิดที่ 680.37 จุด ลบ 5.36 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 18,767 ล้านบาท นักวิเคราะห์ระบุว่า เหตุที่หุ้นไทยปรับตัวลงน้อยกว่าภูมิภาค หลังประเมินว่าผลกระทบกรณีดูไบต่อไทยโดยตรงมีน้อยมาก

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ยืนยันว่าปัญหาฟองสบู่ในดูไบจะไม่มีผลกระทบต่อไทย เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังเริ่มฟื้นตัว และตัวชี้วัดในภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น ซึ่งก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดฟองสบู่ โดยราคาที่ดิน ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนราคาหุ้นที่ปรับขึ้น 60% จากต้นปี มาจากผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้น ไม่ได้เกิดจากภาวะฟองสบู่ นายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า คงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกบ้างแต่ไม่มาก เพราะประเทศในตะวันออกกลางอื่นๆ ยังมีความแข็งแรงอยู่